gtag('config', 'AW-687670169'); ไลฟ์ขายของ กลยุทธ์ใหม่ที่มัดใจลูกค้าขาช้อปออนไลน์ ในยุค Live-Commerce
  • Naklive TH

ไลฟ์ขายของ กลยุทธ์ใหม่ที่มัดใจลูกค้าขาช้อปออนไลน์ ในยุค Live-Commerce

โลกของ E-Commerce เปลี่ยนไปจากกระเเสตลาด Live-Commerce จากประเทศจีนที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 4.4พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Live-Commerce หรือการไลฟ์ขายของนั้นเชื่อมช่องว่างระหว่างร้านค้าเเละลูกค้าได้มาก เพราะเป็นการสื่อสารเเบบทันเวลา เสมือนว่าลูกค้าเข้ามาซื้อของที่ร้าน ได้เห็นสินค้าทุกมิติ เเละสามารถโต้ตอบกับผู้ขายได้ทันที โดยที่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่จำเป็นต้องออกมาเจอหน้ากัน หรือหยิบจับสินค้ากันจริงๆที่ร้านค้า ซึ่งจุดนี้เป็นจุดแข็งที่ทำให้การซื้อขายผ่านการไลฟ์สดมีความเเตกต่าง และมีความสะดวกสบายเหมาะกับสังคมสมัยใหม่ในปัจจุบัน





การไลฟ์ขายของนั้นยังช่วยสร้างยอดขายได้มากขึ้น เนื่องจากผู้ขายสามารถเสนอขายสินค้าหลายๆอย่างได้พร้อมกันตามความสนใจของผู้ซื้อที่เข้าร่วมชม เหมือนเป็นการ tailor-made ทำตามออเดอร์ที่ลูกค้าต้องการทราบข้อมูลเเละพิจารณา อีกทั้งผู้ขายสามารถใช้เทคนิคการพูดเเละการการขายในการโน้มน้าวให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อได้ทันที เเละทำให้ผู้ซื้อยังคงติดตามการไลฟ์ขายของต่อไปเรื่อยๆจนจบ เเละอาจนำไปสู่การเลือกซื้อที่มากกว่าความต้องการตั้งต้น เช่น ลูกค้าหนึ่งคนอาจเข้ามาเพื่อหาซื้อกางเกง เเต่ในท้ายที่สุดหลังจากที่ได้โต้ตอบกับผู้ขาย เเละพิจารณาสินค้าตัวอื่นดูเเล้วก็ตัดสินใจซื้อเสื้อมาอีกหลายตัว เเละในขณะเดียวกันลูกค้าคนอื่นที่ดูไลฟ์ขายของครั้งนี้อยู่ก็อาจตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าชิ้นที่ลูกค้าคนอื่นพิจารณาอยู่ร่วมด้วยก็ได้ เหมือนว่าไลฟ์ขายของสินค้าชิ้นเดียวในครั้งเดียว อาจได้คนซื้อมากกว่าเพียงหนึ่งคน



ทั้งนี้ การไลฟ์ขายของ ย่อมมีเทคนิคมากมายที่จะช่วยส่งเสริมการขายให้ยอดพุ่งพรวด นั่นคือทักษะการพูดปิดการขายของผู้ขาย หลายๆร้านสามารถสร้างภาพลักษณ์ของร้านได้จากเนื้อหาการไลฟ์ขายของที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งจากตัวผู้ไลฟ์เองเเละจากสินค้าที่ขาย ทำให้ร้านค้าติดตลาดเเละเป็นที่นิยมของผู้ชม เสมือนการสร้าง Content Marketing ที่ดึงดูดให้คนติดตามอยู่เสมอ เเละช่วยโน้มน้าวให้ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจซื้อของจากร้านค้านี้ในที่สุดไม่วันใดก็วันหนึ่ง





ในขณะเดียวกัน ร้านที่ไม่เคยไลฟ์ขายของ เเละต้องการผันตัวจาก Social Commerce ที่เป็นการขายผ่านโซเชียลมีเดียเเพลตฟอร์มต่างๆ ก็พยามผันตัวมาทำ Live-Commerce เพื่อสร้าง Interaction หรือปฏิสัมพันธ์กับผู้ซื้อมายิ่งขึ้น เรียกได้ว่ายุคนี้นอกจากจะต้องแข่งกันหาตลาดตัวเองเเล้ว ยิ่งมีปฏิสัมพันธ์กับคนมากก็ย่อมเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายได้มากเช่นกัน ส่งผลให้ Live-Commerce เป็นช่องทางเสริมช่องทางใหม่ของหลายๆร้านเลยทีเดียว


การไลฟ์ขายของก็มีข้อควรระวัง ที่เป็นเหมือนดาบสองคมของจุดเด่นที่มี นั่นคือ การมีปฏิสัมพันธ์เชิงลบผู้ซื้อหรือผู้ชม การตอบโต้ได้ทันทีอาจสร้างผลเสียได้หากเป็นการสร้างผลกระทบต่อจิตใจเเละความรู้สึก การมีปฏิสัมพันธ์ที่น้อยเกินไปก็อาจทำให้ภาพลักษณ์ของร้านไม่ดี เเละอาจถูกมองได้ว่าไม่สนใจลูกค้า หรือหากมีปฏิสัมพันธ์น้อยเนื่องจากเกิดความขัดข้องหรือความไม่พร้อมของการไลฟ์ขายของ เช่น ไม่มีตัวอย่างเเสดงในไลฟ์ หรือสาธิตเเล้วมีปัญหา อาจทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าๆนั้นเสียไปเลยในทันทีทันใด เพราะการไลฟ์สดจะทำให้ผู้ชมเห็นได้ทันที ยิ่งหากไม่มีความพร้อมในการรับมือกรณีต่างๆ อาจทำให้ภาพลักษณ์เสียไปในที่สุด





กลยุทธ์ที่หลายร้านต้องการจึงอาจเป็นการทำ Influencer Marketing เพื่อต่อยอดการขายให้น่าสนใจ เเละเกิดเนื้อหาที่น่าติดตาม เห็นถึงการใช้สินค้าจริงจากการรีวิวให้เห็นสินค้า มากไปกว่านั้นคือการมองหา Influencer อย่าง "นักไลฟ์" เป็นผู้ช่วยขายเเละปิดการขายผ่านการไลฟ์รวมถึงสร้างสีสันเเละความน่าสนใจให้การไลฟ์มากยิ่งขึ้น





หากคุณกำลังมองหา "นักไลฟ์" เพื่อเป็นผู้ช่วยปิดการขายของออนไลน์ให้คุณ หรือต้องการเป็น "นักไลฟ์" เพื่อพัฒนาฝีมือตัวเองพร้อมสร้างรายได้เจ๋งๆ กรอกสมัครลงทะเบียนกับเราเลยที่ www.naklive.net ลงทะเบียนฟรี เเบบไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เเล้วเจ้าหน้าที่ของเราจะติดต่อกลับอย่างเร็วที่สุด