gtag('config', 'AW-687670169'); สู้อย่างมีแผน!!! ภายใต้แนวคิด "5R"
  • Naklive TH team

สู้อย่างมีแผน!!! ภายใต้แนวคิด "5R"


คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ได้เสนอแผนการการจัดการธุรกิจในสภาวะฉุกเฉิน หรือ CBS reform business model เพื่อเป็นแนวทางในการทำธุรกิจให้อยู่รอดภายใต้แนวคิด 5R ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้


1. Re-Tool

การรู้จักปรับเปลี่ยนการใช้เครื่องมือและวิธีการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์ที่เปลี่ยนไป จะเป็นการช่วยการลดความเสี่ยงหากเครื่องมือเดิมที่เคยใช้ไม่มีประสิทธิภาพเช่นเคย เช่น ในสถานการณ์เช่นนี้จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการรวมตัวกันของคนหมู่มาก ถ้าเป็นสถานศึกษาการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นการเรียนออนไลน์ หรือถ้าเป็นร้านค้าการเพิ่มหรือพัฒนาการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เป็นสิ่งที่องค์กรต้องรู้จักนำ tool หรือเครื่องมือใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยใช้มาประยุกต์กับการทำงานให้มีประสิทธิภาพทดแทนรูปแบบหรือวิธีการดั่งเดิมให้ได้มากที่สุด ซึ่งช่องทางการไลฟ์สดขายสินค้าหรือ Live-Commerce (ไลฟ์คอมเมิร์ซ) ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือรูปแบบใหม่ที่ในปัจจุบันที่ร้านค้าและบริษัท ต่างหันมาใช้เพื่อเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายสินค้า “แฮนด์อัพ (HandUP)” แพลตฟอร์มสนับสนุนการไลฟ์สด ช่วยเพิ่มยอดขายและอำนวยความสะดวกในระบบจัดการออเดอร์ การชำระเงินและจัดส่งสินค้า หากคุณต้องการ tool รูปแบบใหม่ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://handsup.shop/home_th.html


2. Re-Target

การปรับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มลูกค้ามีความจำเป็นในสถานการณ์ที่ไม่ปรกติ เช่น หากธุรกิจของคุณมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก็มีความจำเป็นการปรับเปลี่ยนกลุ่มลูกค้ามาเป็นคนไทย หรือกลุ่มธุรกิจเกสต์เฮ้าส์อาจจะต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นให้บริการห้องพักรายชั่วโมง ห้องพักรายวันหรือหอพักนักศึกษา นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการเลือกใช้สิ่งที่ธุรกิจมีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์


3. Re-Business

การปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจเพื่อความอยู่รอด มีความจำเป็นจะต้องทำอย่างยิ่ง การปรับนี้เพื่อก่อให้เกิดรายได้มาหล่อเลี้ยงบริษัท เช่น ร้านอาหารที่ไม่มีผู้มาใช้บริการ ลองปรับมาเป็นการให้บริการการส่งอาหารถึงบ้าน หรือจัดจำหน่ายวัตถุดิบในสต๊อคที่เหลืออยู่เพื่อสร้างรายได้กลับมาแทนจะปล่อยให้เน่าเสีย จะเห็นได้จากแบรนด์ร้านอาหารเจ้าใหญ่ๆ ในขณะนี้มีการจำหน่ายผักและเนื้อสัตว์เพื่อการสร้างรายได้อีกทาง การ Re-business เช่นนี้จะทำให้ธุรกิจสามารถมีรายได้จากทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว


4. Re-Process

จงทำงานเชิงรุก (Proactive) แทนการทำงานแบบเชิงรับอย่างเดียว เมื่อลูกค้าเข้ามาหาเราไม่ได้ ก็ต้องเป็นฝ่ายเดินหน้าเข้าหาลูกค้าเอง ทั้งนี้ด้วยเทคโนโลยีในรูปแบบออนไลน์ทำให้การทำธุรกิจง่ายดายกว่าเดิม จะสังเกตุได้ว่าร้านค้าหลายร้านที่ไม่สามารถดำเนินการขายสินค้าผ่านช่องทางหน้าร้านได้ ก็จะหันมาทำธุรกิจออนไลน์หรือไลฟ์สดขายผ่านทางช่องทางโซเชียลมีเดียของตนเองกันมากขึ้น ดังนั้นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นสิ่งที่ต้องรีบทำในสภาวะฉุกเฉินแบบนี้


5. Re-Unite

ทุกคนต้องคิดใหม่ทำใหม่ คิดถึงส่วนรวมให้มากกว่าตนเอง เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว องค์กรธุรกิจต้องร่วมมือกันเดินหน้าอย่างไม่หวังผลกำไร เช่น ในช่วงที่ลูกค้าเดินทางไม่ได้ ธุรกิจสายการบินควรยอมให้ลูกค้าคืนตั๋ว ไม่กักตุนสินค้าที่จำเป็นเพื่อหวังผลกำไร ประชาชนทุกคนต้องรับผิดชอบต่อสังคม ให้ข้อมูลตามจริง ถึงแม้ว่าในห้วงเวลาของวิกฤตินี้จะเป็นเวลาที่ทุกคนต่างหวาดระแวง แต่ก็เป็นเวลาสำคัญที่ทุกคนต้องตั้งสติ ร่วมแรงร่วมใจกัน ตระหนักถึงแผนสำรองในการดำเนินธุรกิจและการดำเนินชีวิต เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นสถานกาณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปได้


ขอบคุณข้อมูลจาก : SCG Logistics Blog, BrandBuffet, The Standard